ทารกแรกเกิดแล้วสังเกตพบว่าเท้าผิดรูป บิดเข้าใน เป็นกรณีที่พบได้ไม่น้อย แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นแบบบิดไม่มาก และไม่แข็ง พ่อแม่มักกังวลแน่นอนว่า ลูกจะเดินได้หรือไม่ หรือเดินไม่สวย มีคำถามมากมาย ฉบับนี้ผมจึงขอเล่าเรื่องนี้ให้ได้อ่าน ต่อจากฉบับที่แล้วที่พูดถึงเรื่องเท้าแบน ฉบับนี้ตรงข้ามกลับรูปร่างกับฉบับที่แล้วครับเป็นเท้าปุกแทน
ก่อนอื่นต้องอธิบายให้ชัดเจนก่อนว่าเท้าปุกหมายถึงเท้ามีรูปร่างอย่างไร เพื่อให้เข้าใจเหมือนกัน เท้าปุกคือเท้าที่มีรูปร่างบิดโค้งเข้าด้านใน บิดลงล่าง ทารกที่เกิดมาแล้วมีรูปเท้าบิดเอียงเข้าในพบได้บ่อย และมีความสำคัญ บางรายเป็นแบบหายเองได้ ไม่รักษาก็หายได้ บางรายเป็นแบบไม่สามารถหายเอง ชักสับสนนะครับ ผมขอแบ่งทารกเท้าปุกแบ่งง่ายๆ เป็น 2 แบบ |
|
|
|
แบบแรก เป็นเท้าปุกเทียม หมายความว่าไม่ได้มี ความผิดปกติที่แท้จริงกับโครงสร้างเท้า แต่ที่เห็นรูปเท้าบิดเข้าในอธิบายจากขณะที่เด็กอยู่ในครรภ์ขดตัวแน่นอยู่ใน ที่แคบๆ เป็นเวลานาน จะขยับเคลื่อนไหวก็ลำบากเท้าถูกกดอยู่ในท่าบิดเข้าในเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เอ็นเท้าด้านในตึงในขณะที่เอ็นเท้าด้านนอกหย่อน มักพบในคุณแม่ท้องแรก ท้องที่มีน้ำคร่ำน้อย เด็กตัวใหญ่ หรือบางรายก็เป็นเองโดยไม่มีปัจจัยส่งเสริม เท้าปุกเทียมหรือเท้าปุกนิ่มนี้ เป็นเท้าปุกชนิดที่พบได้บ่อยสุด เนื่องจากโครงสร้างกระดูกข้อต่อภายในเท้าเป็นปกติ ที่ผิดปกติคือความตึงหย่อนของเส้นเอ็นควบคุมข้อเท้า ดังนั้นการดัด หรือการกระตุ้นให้เส้นเอ็นมีการปรับความตึงให้สมดุลก็สามารถทำให้เท้ามีการ เคลื่อนไหวเป็นปกติได้ โดยทั่วไปในทารกแรกเกิด เท้าจะมีการเคลื่อนไหวไปมาได้ทุกทิศทาง โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในท่ากระดกข้อเท้าขึ้นเล็กน้อย ในทารกเท้าปุกแบบนิ่ม เท้าจะอยู่ในท่าจิกเท้าลงและบิดเข้าใน ชอบอยู่ในท่านั้นตลอด อาจขยับในท่าอื่นได้บ้างเมื่อมีการกระตุ้น เช่น เมื่อเราเอานิ้วมือไปเขี่ยข้างเท้าเด็ก ให้เด็กรู้สึกจักจี้ เด็กเท้าปุกแบบนิ่ม อาจจะสามารถดึงเท้าขึ้นไปตรงได้ ได้มากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับความตึงของเอ็นเท้า |
|
|
|
เท้าบิดเข้าในโดย รูปร่างเท้าไม่ได้บิดมาก ใช้มือจับดัดเบาๆ สามารถดัดเท้าให้เคลื่อนไหวได้ทุกทิศทาง |
|
|
 |
 |
|
ภาพที่ 1 |
ภาพที่ 2 |
|
|
|
|
ภาพแรกจะเห็นเท้าบิดเข้าในและจิกเท้าลง มองจากด้านล่าง จะเห็นเท้าบิดเข้าใน โค้งงอชัดเจนที่ด้านข้างเท้า เป็นเส้นโค้ง ส่วนภาพที่สองเป็นภาพมองจากด้านใน จะเห็นร่องเนื้อเป็นเส้น บุ๋มลงไปด้านกลางเท้า และตรงด้านหลังเท้า เป็นเส้นซอกลึกเข้าไป |
|
|
|
แบบที่สอง เป็นเท้าปุกแท้ คือเป็นเท้าปุกแบบเป็นโรคจริงๆ ถ้าไม่ได้รับการรักษาเท้าจะบิดแข็ง มากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดเมื่อเด็กโตขึ้น เด็กจะใช้หลังเท้าเป็นจุดรับน้ำหนักเวลาเดิน ซึ่งจะทำให้เดินลำบากมากขึ้น ทรงตัวยาก ล้มง่าย เจ็บปวดได้บ่อย เมื่อยืนเดิน และหารองเท้าทั่วไปใส่ไม่ได้ แต่ถ้าได้รับการรักษา การรักษาสามารถทำให้เดินเท้าเหมือนเด็กปกติได้ ขึ้นอยู่กับเวลาในการเริ่มรักษาด้วย ถ้าสามารถพาเด็กมารักษาได้ตั้งแต่ทารก ผลการรักษามักอยู่ในเกณฑ์ดี และวิธีการรักษาอาจไม่ต้องผ่าตัด ใช้วิธีดัดเท้า ดัดเท้าและเข้าเฝือกก็ได้ผลดีโดยส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามผลการรักษาขึ้นอยู่กับความแข็งของเท้าปุกนั้น ถ้าแข็งมากการดัด และดาม ใส่เฝือกอาจไม่ได้ผล อาจต้องใช้วิธีผ่าตัด เพื่อคลายเนื้อเยื่อที่ตึงผิดปกติ และจัดแนวกระดูกให้อยู่ในแนวที่เป็นเท้าปกติ ผมคิดว่าความสำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบนำเด็กเท้าปุกมาให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจตั้งแต่แรกเกิด เท้าพบว่าเท้าปุกผิดรูป |
|
|
|
|
 |
|
เท้าปุกเทียมหายได้ง่าย ไม่ต้องการรักษาที่ซับซ้อนหรือทำให้เด็กเจ็บ การแยกจึงมีความสำคัญที่จะช่วยบอกโอกาสของเท้าผิดรูปนี้ ว่าต้องแก้ไขอย่างไร ในขณะที่เท้าปุกแบบแท้ ต้องการรักษาที่เร็ว วิธีสังเกตุแยกแบบง่ายๆ |
|
|
|
อันแรกคือการดู และวัด โดยใช้ไม้บรรทัดทั่วไปหรือ สายวัดก็ได้ ในเท้าปุกบิดเข้าในแบบเทียม มักมีขนาดของเท้าปกติ คือในกรณีที่เท้าปุกข้างเดียว ลองสังเกตุขนาดเท้าข้างที่ปกติกับข้างที่ไม่ปกติดูว่า มีความยาวความกว้างของเท้าใกล้เคียงกันหรือไม่ ถ้าขนาดแตกต่างกันมาก เป็นระดับเซ็นติเมตรขึ้นไป ให้สงสัยว่าอาจเป็นแบบแท้ แต่ถ้าเป็นเท้าปุกสองข้างวิธีนี้ก็ใช้ไม่ได้ ในเท้าปุกแบบแท้นั้น เท้าจะมีการเจริญเติบโตที่น้อยกว่าธรรมชาติ ดังนั้นขนาดเท้ามักเล็กกว่า รวมถึงขาก็มักเล็กกว่าขาข้างที่ไม่ปุกด้วย กล้ามเนื้อก็มีขนาดเล็กกว่า เช่นกัน |
|
|
|
|
อันที่สองดูรูปร่างเท้าในรายละเอียด ในเท้าปุกแบบแท้ ด้านข้างเท้าจะมีลักษณะโค้งมากชัดเจน อาจมีร่องเนื้อด้านในเท้า ดังรูป และร่องเนื้อด้านหลังเท้า ในขณะที่เท้าปุกแบบเทียมจะไม่มีเส้นโค้งด้านข้างที่ชัดเจน ร่องเนื้อด้านในเท้าและด้านหลังก็ไม่มี |
|
|
 |
ข้อสามคือลองสัมผัส ลองใช้มือสัมผัสเท้าเบาๆ ที่ด้านข้างของเท้า เอานิ้วมือเราเขี่ยแบบให้จั้กจี๋ เบาๆ ในเท้าปุกแบบแท้จะขยับข้อเท้าขึ้นมาท่าข้อเท้าฉากไม่ได้ แต่ในเท้าปุกแบบเทียม เด็กจะดึงเท้าขึ้นมาได้ แต่ซักพักก็จะตกลงไป บิดเข้าในเหมือนเดิม การเขี่ยข้างเท้าเป็นการกระตุ้นให้เอ็นข้างเท้าทำงาน ในเท้าปุกแบบแข็งเอ็นนี้จะไม่สามารถดึงเท้าขึ้นมาท่าข้อเท้าฉากได้ เพราะข้อต่อภายในแข็งติดกัน แต่อย่าไปเขี่ยแรง หรือเขี่ยตอนเด็กงอแงนะครับ ควรเขี่ยเท้าตอนเด็ก สบายอารมณ์ดี หรือตอนหลับก็ได้ เพราะตอนร้องไห้เด็กจะเกร็ง กล้ามเนื้อเส้นเอ็น ทำให้ปฎิกริยานี้ไม่ได้ผล |
|
|
|
การดัดเบาๆ คือการค่อยๆดัดเท้าให้อยู่ในรูปกระดกเท้าขึ้น โดยในเท้าปุกแบบเทียมจะสามารถดัดเท้าขึ้นได้โดยง่าย และได้สุด ในขณะที่เท้าปุกแข็งดัดให้ข้อเท้ากระดกขึ้นได้ไม่สุด แข็ง และถ้าฝืนเด็กจะเจ็บและร้องไห้ได้ |
|
|
|
|
โดยวิธีการดังกล่าวสี่ข้อ พอจะแยกเท้าปุกเทียมออกจากเท้าปุกแข็งได้ และในเท้าปุกเทียมการดัด และ เขี่ยข้างเท้า จะช่วยกระตุ้นให้เท้ากลับมาสมดุลเหมือนเท้าปกติได้เร็วขึ้นอีกด้วย ถือเป็นการรักษาขึ้นเบื้องต้นอย่างหนึ่ง |
|
|
|
|
|
เป็นภาพเท้าปุกแท้ที่ไม่ได้รับการรักษาและปล่อยไว้จนโต จะเห็นว่าเด็กจะเอาด้านข้างเท้าเป็นที่รับน้ำหนักในการเดิน ดังภาพเป็นเท้าข้างขวา |
|
|
|
ถ้าต้องการให้เท้าคืนรูปได้เร็วๆ การดัด และเขี่ยกระตุ้นข้างเท้าสามารถทำให้เท้าคืนรูปร่างได้เร็วขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ไม่ยาก และเป็นเพิ่มกิจกรรมการสัมผัสระหว่างลูกกับพ่อแม่ได้อีกด้วย ทีนี้ก็มีคำถามอีกว่า เมื่อไหร่ถึงควรพาไปพบแพทย์ ถ้าทำแล้วไม่หายซักที โดยทั่วไปถ้าทำซักเดือนแล้วดูไม่ดีขึ้นก็ควรพาไปพบแพทย์ได้เลย หรือถ้าสามเดือนไปแล้วทารกยังไม่หาย เท้ายังไม่ได้อยู่ในท่าข้อเท้าฉาก ควรนำทารกพบแพทย์เช่นกัน โดยการรักษาขั้นต่อไปคือการดัดดามใส่เฝือก ซึ่งโดยส่วนใหญ่การใส่เฝือกเพียง ไม่กี่สัปดารห์ ก็หายแล้ว |
|
|
|
|
|
|
สำหรับเท้าปุกแท้ ควรรีบรักษาเพราะถ้าปล่อยไว้กระดูกในเท้าจะเจริญเติบโตผิดแนว ทำให้กระดูกและข้อในเท้าผิดรูปอย่างถาวร และถ้าถึงตอนนั้นการรักษาอาจต้องผ่าตัดตกแต่งกระดูกภายในเท้าเท่านั้น จึงจะทำให้เท้ามาอยู่ในรูปร่างใกล้เคียงเท้าปกติได้ ถ้ามาในอายุน้อย แรกเกิดได้ยิ่งดีนะครับ การเข้าโปรแกรมการดัดดาม เท้า ก็ให้ผลดีโดยส่วนใหญ่ ซึ่งผลขึ้นอยู่กับระดับความแข็ง ในรายแข็งปานกลางและแข็งไม่มาก การดัดดาม ได้ผลดี โดยระยะเวลาในการใส่เฝือก ประมาณ 2 เดือน แพทย์จะนัดมาเปลี่ยนเฝือกและดัดเป็นระยะๆ ในรายที่แข็งมาก อาจต้องการการผ่าตัดเพื่อคลายเนื้อเยื่อเอ็นที่แข็ง และจัดแนวกระดูกเท้าใหม่ ซึ่งผลการรักษาอยู่ในเกณฑ์ดีเชื่อถือได้ |
|
|
|
|
|
เปรียบคำถามเหมือนว่าทำอย่างไรป้องกันไม่ให้เกิดทารกเท้าปุก เนื่องจากสาเหตุของโรคเท้าปุกเป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน ทราบแต่เพียงว่า มีหลายปัจจัยส่งเสริมให้เป็น และปัจจัยหลักมักเกี่ยวกับพันธุกรรม ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยาก แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของเท้าปุกก็เป็นแบบไม่แข็งมากและสามารถรักษาได้ผลดี |
|
|
|
ความสำเร็จในการรักษาส่วนสำคัญจึงอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องทำใจ และร่วมมือในการรักษาอย่างเต็มที่ แล้วจะได้ผลการรักษาที่ดี เท้าลูกจะใช้งานได้ดี ไม่เจ็บปวด และมีรูปร่างที่เหมือนเท้าทั่วๆไป แม้ขนาดของเท้าจะไม่สามารถแก้ไขให้มีขนาดใหญ่เท่าเท้าทั่วไปได้ |
|