การรักษาโรคข้อเสื่อมโดยน้ำเลี้ยงข้อเทียม
|
| |
| การรักษาโรคข้อเสื่อมโดยน้ำเลี้ยงข้อเทียม |
| |
|
|
|
|
น้ำเลี้ยงข้อ เป็นของเหลวที่อยู่ในช่องว่างของข้อต่อมีลักษณะที่เหนียว และยืดหยุ่นสูง ทำหน้าที่หล่อลื่นทำให้การทำงานของข้อไม่ติดขัด ลดการเสียดสีที่ผิวกระดูก เวลาเรางอหรือเหยียดหัวเข่า ทำให้กระดูกอ่อนผุกกรอนน้อยลง ส่งผลให้ข้อเข่า ปวด บวม แดง ร้อน น้อยลงเช่นกัน
ในผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อมน้ำเลี้ยงข้อจะมีความยืดหยุ่นและความเหนียวหนืดน้อยกว่าน้ำเลี้ยงข้อของคนปกติ เนื่องจากมีสาร”ไฮยาลูรอนิค” ลดลงนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันมีการนำสารสังเคราะห์ไฮยาลูรอนิคมาทำเป็นน้ำเลี้ยงข้อเทียม ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำหล่อเลี้ยงข้อมาใช้รักษาโรคข้อเสื่อม โดยการฉีดเข้าไปในข้อเพื่อทดแทนน้ำหล่อเลี้ยงข้อที่เสื่อมสภาพไป
ข้อดีของน้ำเลี้ยงข้อเทียมคือ
1.สามารถลดอาการปวดข้อเข่าได้
2.ทำให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้มากขึ้น
3.สามารถชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมไปได้ 1-1.5 ปี
ความแตกต่างของน้ำเลี้ยงข้อเทียม
น้ำเลี้ยงข้อเทียมที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น มีความแตกต่างกันทั้งในด้านแหล่งที่มาและขนาดโมเลกุล ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของน้ำเลี้ยงข้อเทียมนั้นต่างกันด้วย
แหล่งที่มาของน้ำเลี้ยงข้อเทียม
1.สกัดจากหงอนไก่ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ในคนที่แพ้โปรตีนจากสัตว์ปีก
2.สกัดจากแบคทีเรีย มีความปลอดภัย เนื่องจากมีแหล่งที่มาจากธรรมชาติ
3.จากสารสังเคราะห์ อาจทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง เนื่องจากใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต
จากผลการศึกษาทางคลินิกที่มีในขณะนี้ พบว่าขนาดโมเลกุลของน้ำเลี้ยงข้อเทียมที่ต่างกัน ให้ผลในการลดอาการปวดไม่แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญและไม่ควรละเลยคือเรื่องผลข้างเคียงและความปลอดภัยซึ่งจะแตกต่างกันตามแหล่งที่มาของน้ำเลี้ยงข้อเทียม เนื่องจากการฉีดยาอาจทำให้เกิดการแพ้หรือติดเชื้อได้ง่าย จึงควรเลือกยาที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง และควรฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
วิธีการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม
การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม ควรฉีดโดยแพทย์เฉพาะทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเท่านั้น เนื่องจากการฉีดยาเข้าข้อต้องอาศัยประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ หากฉีดไม่เข้าข้ออาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ เช่น การเกิดเนื้องอกเทียม เป็นต้น โดยการฉีดจะฉีดสัปดาห์ละ 1 เข็ม เป็นระยะเวลา 3-5 สัปดาห์ อาการปวดและคัดตึงจะหายไปเป็นระยะเวลานานอาจจะ 6เดือนถึง 1 ปีขึ้นกับความรุนแรงและการดูแลตนเองของผู้ป่วย
ผู้ที่นำบทความนี้ไปใช้กรุณทำลิ้งค์กลับมาที่www.healthupdatetoday.comด้วยค่ะ
|
| |